ยุติความรุนแรงต่อเพศสตรี

ภัยคุกคามจากต่อสตรีถือว่าเป็นปัญหาจากทุกประเทศมีการทำร้ายส่วนมากมีผู้หญิงโดนทำร้ายมาจากปัญหาครอบครัว ภัยจากจากการแต่งตัว หรือการถูกกฎขี่ละเมิดทางเพศข่มขืน เป็นปัญหาที่แก้ยังไงก็ไม่หาย ขนาดมีกฎหมายหนักๆยังมีการทำร้ายอยู่เรื่อย ภายหลังได้กลุ่ม มูลนิธิ หรือเยาวชน ออกมาต่อต้านเพื่อรนณรงค์ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ลดน้อยลง ทุกวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี จะมีการเดินรณรงค์ การใช้ความรุนแรงต่อสตรี และเด็ก ร่วมถึง ความยากจน hiv โดยจะมีการติด ริบบิ้น ในสีที่แตกต่าง เช่น สีขาวยุติความรุนแรง สีดำแทนความหมายอาลัย สีเหลืองการ รอคอย ความหวัง สีชมพูการรณรงค์มะเร็งเต้านม สีน้ำเงินแสดงถึงความเป็นเลิศดียี่ยม  จุดเริ่มต้นของการยุติความรุนแรงต่อเพสหญิงคือ มาจากการสังหาร สตรีชาวโดมินิกัน 3 คน ในวันที่ 25 พฤศจิกายน สร้างความสะเทือนขวัญแก่ผู้หญิงทั่วโลกจึงมีการรณรงค์ให้ผู้ชายทั่วโลกตระหนักถึงการทำความรุนแรงต่อสตรี และหยุดการใช้ความรุ่นแรงทุกชนิด มีการติดริบบิ้นสีขาวบริเวณแขน เพื่อให้เพศชายนั้นหยุดนิ่งเฉย และจะไม่ทำร้ายเพศที่อ่อนแอกว่าแต่ถึงอย่างนั้นก็มีประกรบางส่วนยังคง ทำร้ายผู้หญิง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังคงแก้ไม่ขาด

การยุติความรุ่นแรงพวกเราทุกคนต้องช่วยกันแก้ส่วนมากมักจะมาจากพฤติกรรมของเพศชาย เช่น ความเครียด การติดสุรา ยาเสพติด การทำตัวเป็นใหญ่ หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในวัยรุ่น และผู้ใหญ่ หรือการถูกสั่งสอนจากผู้ใหญ่ให้มีพฤติกรรมก้าวร้าว การเลียนแบบ ก็เช่นกัน ไม่ใช่ว่าเพศชายอย่างเดียวที่เป็นต้นเหตุการณ์ทำร้าย อาจเกิดจากเพศหญิง เช่นการยั่วยุ การหึงหวง หรือการแสดงความเป็นเจ้าของที่หนักไป ทำให้ผู้ชายเกิดความโมโหทำให้ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา

การปองดองในครอบครัว และความเข้าใจกันถือว่าช่วยลด การใช้ความแรงภายในได้บางครั้งอาจส่งผลต่อเด็กให้ใช้ความรุ่นแรงไปด้วย ควรมีการใช่สติก่อนลงมือ เป็นการแก้ที่ต้นเหตุ บางประเทศมีการทำร้ายสตรีถึง 60% ต่อปี ทุกอย่างย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ เริ่มต้นด้วยคำพูดจาที่ดี เช่น ขอโทษนะ รักนะ เหนื่อยไหม เป็นหวงนะ ไม่เป็นไร สู้ๆนะ  คำที่ห้ามออกจากปากสตรี น่ารำคาญ ไปตายซะ น่าเบื่อ ไม่ต้องยุ่ง ตัวปัญหา เป็นต้น